個人檔案เธอไม่รู้หรอกว่าได้พลาดอ...相片部落格清單更多 工具 說明

My Custom Part

尚未新增內容。
Thanks for visiting!
請稍候...
很抱歉,您輸入的回應過長。請縮短您的回應。
您尚未輸入內容,請再試一次。
很抱歉,目前無法新增您的回應,請稍後再試。
若要新增回應,您的父母必須先給您權限。要求權限
您的家長已關閉回應功能。
很抱歉,目前無法刪除您的回應,請稍後再試。
您已超過每日回應上限次數,請於 24 小時後再試一次。
由於系統顯示您可能傳送垃圾郵件給其他使用者,因此您帳號中的回應功能已遭停用。 如果您認為自己帳號遭錯誤停用,請連絡 Windows Live 支援
請完成下列安全檢查,以完成回應。
您輸入的安全檢查字元必須與圖片或音訊中的字元相符。
n2nnami撰寫:
 
   U too na ka dun forget take care urself na ka 
9 月 6 日
nonameno撰寫:
ก๊อกๆๆ สวัสดีค่ะ แวะมาทักทายค่ะ  
Have a nice day.
8 月 28 日
n2nnami撰寫:
 หมอโอ๊ค ฝากมาบอกว่า "ความคิดถึงห้ามกันไม่ได้" ค่ะ
 น้ำเลยต้องขอยืม ของหมอโอ๊คมาใช้บ้างดีก่า  แลบลิ้น 
8 月 26 日
n2nnami撰寫:
 Thanks na ka for HBD. to me n' nice 2meet u ka
ur space so nice na ka
8 月 7 日
lovekiwi撰寫:
Thanks for stopping by my blog.. nice photos u have here.. have a nice day.. :)
8 月 2 日
這個分享空間沒有任何的音樂清單。
尚未新增任何項目。

เธอไม่รู้หรอกว่าได้พลาดอะไรไปแล้ว

theonecode@hotmail.com
第 1 張 / 共 9 張
25 September

เรื่องมหัศจรรย์

 
     มีนักปราชญ์ท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า "มีทางเลือกอยู่สองทางในการใช้ชีวิต ทางหนึ่งคือทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเป็นเรื่องมหัศจรรย์ กับอีกทางนึงคือทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตเป็นแค่เรื่องธรรมดาเท่านั้น" นี่คือการให้มุมมองชีวิตที่ดีเยี่ยมของนักปราชญ์ท่านนี้
   ก่อนหน้านี้นั่นผมมองว่าชีวิตเป็นเรื่องที่ลำบาก มีแต่เรื่องให้แก้ไขอยู่ตลอเวลา มองเห็นแต่ปัญหา การเป็นเด็กกำพร้าถูกทิ้งให้ยายเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กๆนั้นมันยากที่จะคิดว่าชีวิตนี้มีความสุข เวลามีเรื่องมีปัญหาอะไรจะหาทางออกก็ต้องมานั่งแก้ไขด้วยตัวเองผิดบ้างถูกบ้างแต่ส่วนมากจะผิดอยู่เสมอพอเป็นบ่อยๆเข้าเลยกลายเป็นคนกร้าวร้าวบางทีใช้ความรุนแรงเข้าแก้ไขปัญหาผมจำได้ว่าตัวเองตอนเด็กมีเรื่องชกต่อยแทบทุกวันพอกลับมาถึงบ้านก็โดนตีบ่อยๆเข้าผมก็เลยกลายเป็นคนที่เก็บตัวไม่เจอหน้าใครไม่อยากเห็นใครจนกลายเป็นนิสัยติดตัวมาจนถึงทุกวันนี้ มีหลายคนที่ไม่เข้าใจในอากัปกิริยามองว่าตัวผมเรียกร้องความสนใจ มันเป็นบุคลิกของผมต่างหากที่หลอมรวมมาตั้งแต่เด็กจนโต 
   ตอนที่ได้อ่านประโยคนี้ครั้งแรกผมก็ได้มุมมองใหม่ขึ้นมาทันทีมองย้อนกลับไปในอดีตที่ผ่านมาผมก็เลยรู้ว่าสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นกับผมทุกวันจนถึงวันนี้ ผมได้ทำในสิ่งที่ตัวเองปราถนาอย่างที่ผมเปิดร้านขายกาแฟก็เป็นสิ่งผมรักแม้มันจะยังเพิ่งเริ่มต้นและเป็นร้านเล็กๆก็ตามแม้จะมีคนดูถูกแต่ผมก็มองว่านี่คือสิ่งมหัศจรรย์ผมได้เปิดร้านของตัวเองมีเวลานั่งอ่านหนังสือได้ไปออกกำลังกายทุกวันมีเวลาอยู่กบแม่กับน้องชายจอมซนมีเวลาว่างไปเดินดูโลกภายนอกและผมยังได้ไปเรียนต่อปริญญาโทด้วยและผมยังมีอะไรที่อยากทำอีกมากมายนี่คือสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดกับชีวิตของผมทุกวัน...ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตของผมไม่ว่าจะผ่านไปแล้วหรือดำเนินอยู่เพราะมันคือเรื่องมหัศจรรย์สำหรับผม
 
 
 
                                                                                                ณัฏฐ์ ครับ
28 August

อากศดีๆ

  
   ในวันที่อากาศอึมครึมไม่สดใสฝนโปรยปรายลงมาแผ่วๆพอให้รู้ว่ามีสายน้ำหล่นลงมาจากฝากฟ้า อากาศกำลังสบายไม่เร่งร้อนเช่นเมื่อวันก่อนหน้านั้น ผมตื่นขึ้นมาในตอนเช้ามืดทั้งบ้านยังเงียบเชียบ ท้องถนนรถรายังไม่วิ่งมากนัก ดูเหมือนโลกนี้กลับไปสู่ยุคอดีตที่ยังไม่มีผู้คนมากนัก วิถีชีวิตเพิ่งจะเริ่มต้น อากาศแบบนี้หลายคนคงเป็นสุขกับการนอนหลับใหลอยู่ในนิทรา แต่ผมกลับมีความสุขที่ได้ตื่นเช้าขึ้นมา ความคิดปลอดโปร่งโล่งสบายไม่อึดอัดครัดเครียด ผมชอบความรู้สึกแบบนี้สุด
   กาแฟหอมกรุ่นวางอยู่ตรงหน้าผมมักจะชงกาแฟด้วยตัวเองเสมอ ทุกเช้าต้องมีกาแฟร้อนๆสักแก้วแล้วปล่อยความคิดถึงใครบางคนหรือเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตสิ่งที่คิดมักจะเป็นไปในทางด้านที่ดี ผมชอบคิดแต่เรื่องที่ดีๆเท่านั้น คิดแล้วมีความสุขแม้บางที่เราคิดถึงเค้าอาจจะไม่ได้รู้สึกคิดถึงผมหรือไม่มีคิดว่ามีผมอยู่บนโลกนี้ก็ตาม
   ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามใครจะมองจะคิดกับตัวผมไปในทางใหน ทุกคนมีสิทิ์ที่จะคิดจะรู้สึก ผมก็จะน้อมรับไว้ แต่ส่วนตัวองนั้นผมจะคิดกับคนที่ผมคิดถึงในแง่ดีเสมอมาแม้ว่าตัวเองนั้นค่อนข้างจะมองโลกในแง่ร้ายก็ตาม
   อากาศดีๆในตอนเช้าๆความคิดความรู้สึกก็จะมีแต่เรื่องดีๆ..คิดถึงสิ่งดีๆพร้อมรอยยิ้มที่มีให้
 
                                                                                           ณัฏฐ์...ครับ
13 August

ขอคืน

 
      หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมไปวิ่งรอบสวนที่หมุ่บ้านหลังจากไม่ได้ไปวิ่งมานานหลายเดือนแล้ว โรคเก่าเลยกำเริบตื่นเช้าทั้งจามทั้งน้ำมูก ทำไมตัวผมเองไม่ได้ไปวิ่งอย่างนั้นเหรอ? ต้องบอกว่ามันเกี่ยวกับจิตใจ เคยได้ยินคำว่า"ใจเป็นนายกายเป็นบ่าว" มั๊ยครับ
    พอจิตใจมันแย่ก็เลยไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรทั้งนั้นอยากหยุดไม่อยากทำอะไรแม้กระทั้งไปเรียน ผมว่ายังโชคดีอยู่อย่างที่ตอนนั้นอยู่ในช่วงปิดเทอม ทำให้มีเวลาคิดทันไปลงทะเบียนได้ แต่เมื่อจิตใจมันแย่ส่งผลให้ร่างกายที่เคยแข็งแรงอ่อนแอตามไปด้วย ไม่ถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อ แต่ก็อ่อนแอไร้แรงพลังหมดกำลังใจ ตอนแรกน้ำหนักลดไปหลายกิโลแต่ตอนนี้มันขึ้นมาหลายกิโลภูมิแพ้ที่เป็นมาตั้งแต่เด็กหายไปตอนที่ออกกำลังกายเริ่มกลับมาทวงสิทธิ์ในตัวของเราทุกวัน เริ่มจากตื่นขึ้นมาจามไม่หยุดปวดร้าวไปทั้งหน้าอกน้ำมูกใสๆไหลออกมาช่วยสมทบให้รู้ว่ามึงอ่อนแอแล้วนะ ข้าจะทวงสิทธิ์คืน
    จิตใจที่อ่อนแอมันมีสาเหตุแต่คงไม่พูดถึงไม่มีประโยชน์ที่จะไปรื้อฟื้นหาสาเหตุ แต่ผลที่ตามมาก็อย่างที่บอกมาแต่ต้น จริงๆแล้วผมว่ามันเป็นเรื่องธรรมดานะที่เราต้องเจ็บปวดแล้วรู้สึกออ่อนแอ แต่ไม่ใช่ผมที่จะอ่อนแออยู่นานๆ ชีวิตยังต้องไปอีกใกล แต่ก่อนที่จะเดินทางต่อร่างกายต้องพร้อม แต่ก่อนที่ผมจะลุกขึ้นยืนแล้วออกไปวิ่งช่วงที่จ่อมจมอยู่ในความรู้สึกนั้นผมกลับมานั่งอ่านหนังสืออีกครั้งหยิบหนังสือเกียวกับการผจญภัยในป่ามาอ่านหลายเล่ม ตัวเอกของเรื่องทำให้ผมได้คิดว่าตอนอยู่ในป่าไม่ว่าจะเจออะไรจิตใจต้องแน่วแน่อย่าอ่อนแอไม่ว่าจะเจออะไรที่น่ากลัวก็ตามอย่าหวั่นไหนตั้งสติให้มั่นไม่หวาดกลัวต่อภัยที่อยู่ข้างหน้า ถ้าเราหวาดกลัวอ่อนแอแค่เสียงลมพัดเราก็อาจได้ยินเปนเสียงคำรามของสัตว์ร้ายไปได้ ทุกๆครั้งที่ผมรู้สึกไม่ดีมีปัญหาผมมักจะหาหนังสือมาอ่านแล้วหนังสือก็ช่วยผมทุกครั้งเช่นกัน
    วันนี้ผมเพื่งไปวิ่งกลับมาไม่นานแม้ฝนจะตกแต่ผมก็ยังออกไปวิ่งเหมือนเช่นวันที่ผ่านมา ตัวเปียกโชกวิ่งไปเก้ารอบสนามใช้เวลาครึ่งชั้วโมงกว่าๆ ยึดพื้น ชิทอัพ ชินอัพ ก็กินเวลาไปชั้วโมงกว่า นี่เป็นการเริ่มต้นเท่านั้น ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมาผมไม่จามอีกแล้วน้ำมูกหายไปแม้จะยังไม่หมดก็ตาม ผมจะต้องออกกำลังกายให้มากกว่านี้ก่อนหน้านี้เคยใช้เวลาในฟิตเนสเกือบสามชั้วโมง ตอนนี้ยังต้องเริ่มใหม่ก่อน ผมจะทำให้ร่างกายแข็งแรงเช่นเดิม ผมจะทวงคืนจิตใจของผมให้กลับมาแข็งแรงแจ่มใสอีกครั้ง ผมจะปฏิเสธปัดทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้จิตใจอ่อนแอออกไปให้หมด  และจะทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างร่างกายจิตใจที่เป็นของผมกลับมาให้หมด....ทุกอย่าง
 
 
 
                                                                                                         ณัฏฐ์ ครับ
29 July

อดกลั้น

 
 
   ทุกวันนี้ผมมีความรู้สึกว่าคนเรามีความอดกลั้นของคนเราอยู่ในขีดที่ต่ำสุด เรื่องบางเรื่องไม่ได้หนักหนาสาหัส
ทำไมถึงได้โมโหจนถึงกับโกรธเกลียดกันได้ เหมือนกับว่าเป็นความชั้วร้ายเลวทรามอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
บางครั้งแทบไม่เชื่อว่าเรื่องเพียงเล็กน้อยธรรมดาทั้วไปมันจะร้ายแรงขนาดทำให้คนบางคนถึงกับไม่มองหน้ากัน
ไปเลย ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีมากมายเกี่ยวกับความอดกลั้นที่หมดไปจากคนทุกวันนี้จนเป็นสาเหตุของ
โศกนาฏกรรม..
  ผมไม่รู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้ความอดกลั้นของคนในสังคมปัจจุบันนี้ขาดหายไป ทั้งๆที่ชีวิตของเราทุกวันมีสิ่ง
อำนวยความสะดวกมากมายที่คนเราจะคิดได้อย่างฟุ่มเฟือย "จอร์จ  คอลลิน" เคยพูดไว้ว่า " เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว 
แต่แค่ห้วงหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง เรามีรายได้สูงขึ้น  แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง " จริงหรือ ??
  นึกถึงตอนที่ยังเป็นเด็กอยู่ต่างจังหวัด ในหมู่บ้านเล็กๆทางภาคเหนือ ตอนนั้นช่างมีความสุขเดินไปไหนก็มี
แต่รอยยิ้ม ทุกๆคนเป็นเพื่อนกัน ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีใครทะเลาะกันเลยทุกคนรักกันและรู้จักให้อภัยกันในยามที่
อีกคนพลาดผิดไป ถึงวันนี้เวลาได้ผ่านไปนานแล้ว และผมได้มาอยู่ที่ตรงนี้ ไม่ว่าทุกสิ่งรอบตัวจะ
เปลี่ยนไปยังไงก็ตามที ผมก็ยังอยากเห็นรอยยิ้มจากทุกคนที่อยู่รอบข้างทั้งที่รู้จักและไม่คุ้นเคย
  ตอนนี้ผมได้แต่ภาวนาให้ทุกคนจงมีความอดกลั้น ไม่ว่าเราจะอยู่ในสังคมใดก็ตาม ไม่ว่าจะมีสิ่งที่เข้ามา
กระทบกระเทือนจิตใจส่วนใดๆก็ตาม ขออย่าวู่วามใช้แต่อารมณ์จนหมดความอดกลั้น และสุดท้ายผมยัง
มีความเชื่อว่าคนทุกคนยังจะมีการให้อภัยกับสิ่งที่คนอีกคนพลาดผิดไป ยิ้มให้กับสิ่งที่ผิดพลาด มองถึงสิ่งที่ผ่านมา
ว่าส่วนที่ดีนั้นยังมีอยู่มากกว่าส่วนที่เลวร้ายซึ่งเปรียบกันไม่ได้เลย และหวังว่าเราจับมือกันเดินไปสู่ดินแดนแห่งรอยยิ้ม
และการให้อภัย...
 
 
                                                                                                  ณัฏฐ์ ครับ
19 July

19 กรกฏา (อีกครั้ง)

 
 
   ผ่านเที่ยงคืนมาแล้ว และนี่เราได้ก้าวข้ามวันมาถึงวันที่ 19 กรกฎา เป็นวันคล้ายวันเกิดของตัวเอง
  เพิ่งกลับมาถึงบ้านได้ไม่นาน บรรยากาศตอนเที่ยงคืนช่างเงียบ
วังเวง คล้ายกับโลกนี้ไร้ผู้คนอาศัยนอกจากผมคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ คงรู้สึกไปเองหรือเป็นเพราะผมปล่อยอารมณ์ไปกับความเงียบวังเวง
  วันคล้ายวันเกิดปีนี้ผมไม่ได้นึกถึงงานเลี้ยง ไม่นึกอยากจะฉลองที่ตัวเองทนใช้ชีวิตอย่างรันทดมาจนถึงวันที่มันครบรอบอีกปีนึง บางทีเหมือนเนิ่นนานหยุดนิ่ง บางทีคล้ายรวดเร็วจนนึกไม่ถึง ใครหลายคนอาจมีวันคล้ายวันเกิดที่น่าประทับใจ แต่กับผมจะมีสักกี่คนกันนะที่จำมันได้...
  สิ่งเดียวที่จะขอในวันคล้ายวันเกิดผมจะเป็นคนดีแม้วันนี้จะไม่ใกล้เคียงก็ตามที หวังว่าคงจะทำได้สักวัน
                                 
                                                                      
                                                 
                                                                                                                                   ณัฏฐ์ ครับ
5 July

เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไป

 
 

 มีคำกล่าวว่า "การเปลี่ยนแปลงคือนิรันดร์" นั่นหมายความว่าทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงไปตาม

วิถีทางของสิ่งๆนั้น แต่ทุกสิ่งทุกอย่างใช่ว่าจะเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตัวของมันเอง ย่อมมีปัจจัยภายนอก

เข้ามามีบทบาททำให้สิ่งเหล่านั้นเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แม้กระทั้งคนเราเองก็ตาม อาจจะเปลี่ยนไป

ซึ่งเกิดจากการเรียนรู้ ความเชื่อที่เข้ามาใหม่ บางคนเปลี่ยนไปเพราะได้รับความเชื่อที่ผิดๆ นั้นก็คือการ

เปลี่ยนแปลงไม่ว่าปัจจัยเหล่านั้นคืออะไรก็ตาม แต่การเปลี่ยนแปลงของใครบางคนอาจจะมีผลกระทบกับ

อีกคนๆนึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หรือมีผลกระทบเข้ากับอีกหลายคนเป็นห่วงโซ่ที่คล้องเข้าด้วยกันเป็น

เส้นสายอันเดียวกัน

 ช่วงเวลาที่ผ่านมามีหลายสิ่งหลายอย่างที่เปลี่ยนไปในชีวิตผม บางอย่างเปลี่ยนไปทางกายภาพซึ่งเป็นปกติ

บางอย่างเปลี่ยนความคิดเราไปเลยก็มีแต่เกิดขึ้นไม่บ่อยมากนัก แต่มีอยูบางสิ่งซึ่งเปลี่ยนไปแล้วกระทบความรู้สึก

อย่างเข้มข้นรุนแรง จนแทบรับไม่ไหว กว่าจะใช้เวลาสะสมสร้างสรรค์จนถึงวันที่มันล่มสลาย ไม่ได้คาดคิด

ไม่ได้เตรียมใจ ถึงกับบาดเจ็บสาหัส ต้องใช้ทั้งเวลาและประสบการณ์ถึงได้รู้และเข้าใจ

 ถึงตอนนี้เมื่อเรารู้และเข้าใจว่าทุกอย่างต้องเปลี่ยนไป ถ้าเปลี่ยนไปในทางที่ดีกับตัวเราเองก็อยาได้นิ่งเฉย

นอนใจควรเพียรทำดีต่อไป แต่ถ้าเปลี่ยนไปแล้วมีผลทำให้เราย่ำแย่สูญเสียก้อย่าไปวิตกกังวลควรหาทางเรียนรู้

และแก้ไข เพราะไม่ว่าจะยังไงชีวิตก็ยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุด.. ผมว่าชีวิตที่มันน่าใช้และสนุกกับมันบางอย่าง

ก็อยู่ที่เราไม่รู้ว่ามันจะเปลี่ยนไปยังไง ขอบคุณความเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะทั้งดีหรือร้ายผมเป็นหนี้มันอยุ่ 

                                                                                           ณัฏฐ์ ครับ

 

 

 

 
27 June

ในวันที่ผมไม่ได้เป็นตัวเองอีกต่อไป

 
 
อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าผมเองนั้นได้ทำในสิ่งที่เลวทรามต่ำช้า หรือประกอบคุณงามความดีอย่างเลอเลิศ
แต่มีบางอย่างที่เปลี่ยนไปตลอดกาล ผมไปเปลี่ยนชื่อมา...หลังจากที่ได้มีหลายท่านที่หวังดีทักให้ผมไปเปลี่ยนชื่อ
มาช้านาน ไม่ว่าจะเป็นหมอดู พระสงฆ์ที่เคยกรุณาดูดวงหรือลายมือ วันเดือนปีเกิด มีอยูสิ่งเดียวที่ท่านทักทายคล้ายกัน
คือให้ผมเองนั้นไปเปลี่ยนชื่อ ด้วยความที่ผมไม่ได้มีความเชื่อหรือศรัทธาที่เข้มข้นรุนแรงว่าพอเปลี่ยนชื่อแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นตามคำทำนาย เหมือนที่หลายท่านได้กล่าวอ้างไว้ ผมก็เลยผลัดวันมาเรื่อยๆหลายปี จนเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ได้มีญาติบางท่านเอาวัน เดือน ปีเกิด ไปให้พระสงฆ์รูปหนึ่งดูดวงให้ และเหตูการณ์นี้ผมไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเลย
แม้ท่านจะอยู่ห่างใกลจากผมเกือบ 700 ก.ม สิ่งที่ท่านได้ทายทักไว้ก้ยังคงเหมือนเช่นที่หลายท่านเคยทักไว้ ก็ยังคงให้ไปเปลี่ยนชื่อเช่นที่ผ่านมา จึงเป็นสาเหตุที่ผมใช้คำว่า " ในวันที่ผมไม่ได้เป็นตัวเองอีกต่อไป " คงจะเปลี่ยนไปจนถึงวันตายไม่ได้กลับมาใช้ชื่อที่เคยใช้ เพราะผมได้ไปเปลี่ยนชื่อมาเรียบร้อยแล้วครับ
หลังจากเปลี่ยนมาได้สักระยะหนึง มันยังไม่คุ้นเคยแม้แต่การเขียนชื่อก็ดูขัดเขิน ลายมือที่เขียนเหมือนไม่ใช่ของเราเอง ไม่คุ้นแม้กระทั้งว่านี่เรากำลังเขียนชื่อใครคนอื่นอยู่ด้วยซ้ำไป     ถามว่าทำไมถึงได้เปลี่ยนในเมื่อไม่มีศรัทธาในเรื่องนี้  ก็ลองคิดดุว่าตั้งแต่เกิดจนโตขึ้นมาชีวิตก็ไม่ได้มีอะไรที่เป็นจุดเปลี่ยนหรือจุดพลิกชีวิตเลย ผมยังคงดำเนินชีวิตคล้ายคลึงกับอีกหลายๆคนบนโลกนี้ ไม่ได้ดีจนสุดขั้ว และไมได้ชั้วจนสุดขีด เป็นช่วงที่พอดีที่พระท่านทักมาเหมือนจะตอกย้ำว่าถึงเวลาแล้วนะ ก็เลยเอาก็เอาวะ ลองเปลี่ยนเลยไหนๆก็ทักกันมาหลายคนแล้ว
แต่ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนก้เปลี่ยนเลยผมใช้เวลาหลายเดือนอยู่เหมือนกันในการค้นคว้าหาชื่อที่จะมาเปลี่ยน ตอนเป็นเด็กเราไม่ได้ตั้งชื่อเอง ตอนนี้ผมเลยกะว่าตั้งชื่อเราเองดีกว่าเพราะตอนเด็กมีคนตั้งให้ก็ยังมีคนมาทักให้เปลี่ยน ก็ดูไปเรื่อยหาหนังสือมาดู บางทีชื่อนี้ดูเท่ห์ดี แต่กพอมาบวกลบตามหลักโหราศาสตร์ก็กลับกลายเป็นไม่ดีบ้างก้เปลี่ยนอีก ไหนๆก็จะเปลี่ยนทั้งทีก็ต้องหาให้มันดูเข้าท่าหน่อยและดีๆตามหลักการสักชื่อไปเลยบางที่ผมอาจจะไม่ได้เปลี่ยนไปอีกเลยตลอดชีวิตก็ได้
จากนั้นก้ไปที่อำเภอขอเปลี่ยนชื่อทำบัตรใหม่เรียบร้อยภายในไม่กี่ชั่วโมง และอีกเรื่องนึงคิดว่าเปลี่ยนชื่อจริงได้ก็เปลี่ยนชื่อเล่นที่คนเรียกกันไปเลยและชื่อเล่นนี่ก็ไม่ต้องไปขออนุญาติใครด้วยเปลี่ยนซะเลยเปลี่ยนเป็นแพ็คเกจเปลี่ยนชื่อจริงแถมชื่อเล่นกำไรสุดๆเลยว่ามั๊ยครับ
ต่อไปไม่มีคนชื่อ " อนุชา " อีกแล้วมีแต่คนชื่อ "ณัฏฐ์" เข้ามาแทน ไอ้หนึ่งก็คงไม่มีแล้ว ต้องเรียกไอ้ณัฏฐ์ อีกเหมือนกันเห็นมั๊ยว่าคุ้มมมมมมมมม .....เปลี่ยนไปจนวันตายย
 
                                                                    
                                                                                                   ณัฏฐ์ ครับ
 
      
18 November

แค่ความทรงจำ

  
 
ตลอดชีวิตเรา เราต้องทนอยู่กับความทรงจำ
พอแก่ตัวลงก็ต้องพึ่งพามันมากขึ้น จนกระทั้ง
วันหนึ่งมันอาจเป็นสิ่งเดียวที่เราเหลืออยู่ มันอาจ
เป็นสิ่งหดหู่ ขมขื่น อับอาย ทรมานใจ หรือเป็น
สิ่งที่ร่าเริง น่าเห็นใจ นับถือยกย่อง ให้ความอุ่นใจ
เราทำอะไรไปก็จะได้สิ่งนั้นกลับมา ไม่ว่าเราจะ
เป็นคนทำเองหรือถูกบังคับให้ต้องยอมรับก็ตามที
 
   อดีตกาลอาจเพิ่มพูนให้เรามีความกล้าและความ
เชื่อมั่น มีพลังสร้างสรรค์ หรือเชื่อมโยงเราเข้า
กับความพ่ายแพ้อันมืดมน แม้ความรื่นรมณ์จาก
อดีตสามารถกระทบกระเทือนเราได้ ผมเองรู้ว่า
เหล่าชายหญิงทั้งหลายล้วนภูมิใจกับชื่อเสียง
และความสำเร็จของบรรพบุรุษตนจนไม่สามารถ
ที่จะก้าวไปในทิศทางใหม่ของตัวเองได้ ผมรู้ว่า
คนเราถูกทำให้เหลิงจากคามสำเร็จที่ได้รับ
แต่แรกเริ่มจนไม่นึกอยากทำอะไรอีกให้สำเร็จ
ไปมากกว่านี้
 
   แต่ความทรงจำอันท้อแท้นั้นเป็นเรื่องแสนธรมดา
ความเจ็บปวด สูญเสียหรือล้มเหลวแต่เก่าก่อน
สามารถทำให้ชีวิตหมดค่าไม่น่าอยู่ บ่อยครั้งที่
เป็นแค่สิ่งชั่วคาว ความทรงจำอันหดหู่มักจะร้าว
ราน ต้องแบกเอาไว้เหมือนแบกน้ำหนักแสนหนัก
หน่วง เราหมดความสามารถจะผันแปรมันเป็น
พลังงานสร้างสรรค์ใดๆ
 
   จิตแพทย์ชื่อดังรายงานว่า คนไข้โรคจิตที่มาพบ
หมอหลายครั้งพูดว่า "มันง่ายดีที่จะนอนบนเตียง
ขุดย้อนอดีตมาเล่าให้หมอฟัง ดีกว่าจะมานั่งเก้าอี้
เผชิญหน้ากับปัจจุบัน แถมการเดินไปในอนาคต
ยิ่งยากมากเข้าไปอีก" อดีตจึงเป็นทางลบเลี่ยงลี้
เข้าไป มีเรื่องตลกของพรานนักล่าสัตว์ที่เล่ากันว่า
ไปล่าสัตว์กันสองคนเดนตาย พอไปเจอสิงโตตัว
เบ้อเริ่มซึ่งแทนที่จะโจมตีนายพราน มันกลับเดิน
หายเข้าป่าไป พรานผู้ตกใจหัวใจแทบวายคนหนึ่ง
บอกกับเพื่อนอีกคนว่า "นายตามไปดูซิว่ามันไป
ทางไหน กันจะกลับไปดูว่ามันมาจากทางไหน"
 
   เราเองมีปฏิกิริยาเหมือนกับนายพราน ปัญหาของ
วันพรุ่งนี้เป็นสิ่งที่เราไม่รู้ อาจเป็นตัวก่อเกิดความ
รวดร้าวใหม่ๆ วันวารจบไปแล้วแต่ยังเจ็บปวด
ความรวดร้าวแสนชินชา อยู่เฉยๆ จึงเป็นเรื่องที่ง่าย
กว่าและเสี่ยงน้อยกว่า ยอมทำใจรับกับสิ่งที่เคยชิน
แต่ในไม่ช้าคุณจะพบว่าตัวเองไม่สามารถก้าวต่อไปได้
ติดแหงกอยู่กับความเศร้าของตัวเอง
 
   เดวิด  ลีฟวิ่งสโตน  นักสำรวจผู้ยิ่งใหญ่เคยกล่าวไว้ว่า
"ผมจะไปทุกหนทุกแห่งตราบเท่าที่เป็นการก้าวไปข้างหน้า"
นี่เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้เสมอ บางคราวที่เราต้องถอยหลัง
ไปก้าวสองก้าวเพื่อให้ตัวเองชินชา หากแรงดลใจ
เราควรจะก้าวไปข้างหน้า สัญชาตญาณนึกถึงความ
ก้าวหน้า จงจำไวว่าชีวิตคือการเติบโต อย่าหยุดเติบ
โตเพราะกลัวสิ่งที่จะเข้ามาใหม่ ๆ นั้นเท่ากับเราได้ปฏิเสธชีวิต
 
   แค่อยากจะบอกว่าอย่าไปยึดติดมันเลยครับ
อดีตมันผ่านไปแล้ว จงเดินหน้าต่อไป
จงมีศรัทธากับการมีชีวิต 
 "แล้วคุณจะเห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน"
 
 
YOU'll NEVER WALK ALONE
 
 
 
 
27 July

ความเจ็บปวด

 
 
ในหนึ่งชีวิตของคนเราจะต้องพบกับความเจ็บปวดสักกี่ครั้งกันนะ
และในหนึ่งชีวิตของเราจะทนกับความเจ็บปวดได้สักกี่ครั้งกันนะ
แล้วคนที่ทนได้เขามีวิธีที่จะรับมือกับความเจ็บปวดได้ยังไงกันนะ
แล้วคนที่ทนไม่ได้เขามีชีวิตอยู่กับความเจ็บปวดนี้ด้วยวิธีไหนกันนะ
                                 ...........................
 
เมื่อวานนี้ซื้อหนังสือมาอีกสองเล่ม..มีความสุขจริงๆ
ตอนเช้าเลยลุกขึ้นมาจัดห้องเสียใหม่
ปกติเขาจัดห้องแล้วห้องจะโล่งขึ้น
แต่ผมจัดห้องแล้วมันแคบไปถนัดเลย
ก็เอาหนังสือที่มีอยู่ทั้งหมดเอาเก็บไว้ในห้อง
หลายพันเล่มอยู่นี่...
 
ตอนนี้เลยเอาหนังสือที่อ่านค้างไมนั่งอ่านต่อ
หนังสือเรียนเอาไว้ก่อนนะครับ....
หนังสือเป็นเรื่องของคนๆนึงที่ต้องทน
กับความเจ็บปวดในชีวิตมากมาย
เป็นทั้งอัจฉริยะ..เป็นคนบ้า..
เป็นโรคจิตเภท....ทั้งๆที่อาชีพกำลังรุ่งโรจน์
หลายคนคงเคยดูหนังเรื่อง "A BEAUTIFUL MINE"
เมื่อสัก 2-3 ปีก่อนได้เป็นเรื่องราวชีวประวัติ
ของจอห์น ฟอร์บส์ แนช จูเนียร์
 
ผมอยากร้ว่าเขาต้องพบเจอสิ่งใดบ้าง
ในวันที่เขาป่วยเป็นโรคจิตที่ไม่มีทางรักษา
แล้วทำไมเขาถึงต่อสู้จนหายกลับมาได้
คนที่มีทุกอย่างในชีวิต.....แล้วทำหล่นหายไป
เขาต้องต่อสู้กับความเจ็บปวดขนาดไหนกันนะ
ถึงได้รับชัยชนะเหนือมัน...ผมว่าน่าศึกษา
และเขายังได้รับรางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์
ในปีค.ศ 1994 อีกด้วย..
มีคำพูดของคนที่เคยเจ็บปวดพูดเอาไว้ว่า
 
"คุณจะกล้าหาญได้อย่างไร  หากสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตมีแต่สิ่งดีๆเท่านั้น"
 
ผมว่ามันก็จริงนะ
 
 
 
 
19 July

19 กรกฎาคม

 
19 กรกฎาคม....
เป็นวันคล้ายวันเกิดของผมเอง
แม่เข้ามากอดแล้วอวยพรแต่เช้า
ไปวิ่งมากำลังนั่งอ่านข่าว..ไม่ได้ตั้งตัว
ไม่นึกว่าแม่จะทำซึ้ง..เลยไม่ได้เตรียมน้ำตา
ขอบคุณครับแม่........................................
 
ปกติคนทั้วไปจะเริ่มทำสิ่งที่ตั้งใจในวันปีใหม่
แต่ผมมักจะเริ่มต้นทำในวันเกิด.
เพราะถือว่าชีวิตเริ่มต้นในวันนี้
นับแต่ลืมตามาดูโลก(ที่โหดร้าย)
อยากทำอะไรบ้างน๊า...นึกๆดูนี่ตัวเรา
มันแย่ขนาดนี้เลยเหรอ..ตั้งใจทำอะไร
ไม่ได้ทำสักอย่าง....นี่มีเรื่องใหม่ๆเข้ามาอีก
เอ...มีเรื่องอะไรบ้างนะที่อยากทำนึกดูก่อน
 
1. อยากเปิดร้านกาแฟ
2.อยากมีหนังสือเยอะๆ
3.อยากอ่านหนังสือให้ได้เยอะๆ
4.ตอนนี้เรียนโทต่อ..คงต้องขยันเรียนอีก
5.อยากเป็นคนดี..คิดดี..ทำดี(หน้าตาดี)
6.อยากมีใครๆสักคนที่เป็นของเรา
7.รักคนทั้งโลก...
8.ไม่อยากอ่านข่าว ฆ๋า..ข่มขืนอีกแล้ว
9.ไม่อยากได้ยินข่าวร้ายอีก
 
ยังมีอีกหลายอย่างรอคิดออกก่อน
แต่คราวนี้ต้องทำจริงๆสักที่สัญญา
เรามาสร้างกำแพงบุญทำบุญเถิดหนา
ด้วยศรัทธาปัญญาจะเกิดกับเรา
หมั่นทำความดีความดีจะอยู่คู่เรา
สาธุ(ประดิษฐ์)...........................
 
และสุดท้ายได้ยินมาว่ามีคนเกิดวันเดียวกับเรา
ในวันนี้ด้วย...ก็ขอส่งคำอวยพรไปให้
มีความสุขนะครับ.............
 
 
 
 
17 July

ลึกๆ....

 
 
อาจจะเจอหน้าเธอ อาจจะได้คุยกัน
แต่ละวันผ่านไปดูเหมือนดูมีใจ
แต่ทำไม ว่าลึกๆข้างใน
................................................
 
ใกล้วันเกิดแล้ว..อีกสองวัน
แค่ลึกๆข้างในเท่านั้น
อยากให้ใครคนนั้นรู้ว่าเรา..
อยากฟังคำอวยพรวันเกิด
แค่ลึกๆ....
หรือว่าปีนี้เราจะอยู่คนเดียว
เหมือนเช่นทุกปี..
และคงจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป
ไม่กล้าจะหวังอะไรจากใคร
และไม่คาดหวังอะไรจากใคร
มีแต่ตัวเองเท่านั้น...
ให้อยู่กับตัวของตัวเองดีกว่า
รอให้ถึงเวลาค่อยแล้วคงได้รู้
 
10 July

หนังสือ

 
 
เมื่อวานไปเดินซื้อหนังสือ..โดยไม่ตั้งใจ
ได้หนังสือมาหลายเล่ม..เป็นอย่างนี้ประจำ
หนังสือก็เลยกองอยู่เต็มห้อง..ทั้งหนังสือเก่ามือสอง
กับหนังสือใหม่จากร้าน..ไม่ได้อ่านหลายเล่มเลย
ห้องทั้งห้องก็เลยรกไปด้วยหนังสือ..........
............................................................................
ผมจำได้ว่าทำไม ? ตัวเองถึงชอบซื้อหนังสือได้..
ลองนึกทบทวนความทรงจำดู..ตอนเด็กเราไม่ชอบอ่าน
หนังสือเลย..แถมขี้เกียจอีกต่างหาก
แต่ทุกวันเห็นร้านหนังสือไม่ได้เลย..
โดยเฉพาะหนังสือเก่าๆเห็นไม่ได้อยากจะได้ทุกเล่ม
อาจเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ผมอยู่คนเดียว
มาตลอดในอพาร์ทเม้นท์ไม่มีไรเลยนอกจากทีวี
ดูมากๆเข้าก็เบื่อกับรายการซ้ำซากจำเจ
และผมเป็นคนไม่ชอบออกไปไหนด้วย
ออกจากห้องทีไรเจอคนเยอะๆเจอรถติดอากาศร้อน
ก็เลยอยู่แต่ในห้อง..พอดีพี่ชายไปเอาหนังสือใครไม่รู้
มาทิ้งไว้ที่ห้อง...ผมก็เลยหยิบมาอ่านโดยไม่ตั้งใจ
เท่านั้นแหละ..กะว่าหาอะไรทำไปเท่านั้น
จำได้ว่าเป็นหนังสือนิยายของ " ประภัสสร  เสวิกุล"
เรื่อง  "เวลาในขวดแก้ว" อ่านไปได้สักพักผมกลับซาบซึ้ง
กับตัวละครในหนังสือเล่มนั้นโดยไม่รู้ตัวผมมีน้ำตาใหล
ในตอนที่ที่ตัวละครกำลังโศกเศร้า.............................
ผมก็เลยอ่านจนจบ..................

 

ตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงวันนี้

ผมมีความสุขแค่ได้มองกองหนังสือ

ที่ตั้งไว้ในห้อง..แม้บางครั้งไม่มีเวลาอ่าน

ผมแวะร้านหนังสือทุกครั้งที่ผ่านไปเจอ

แม้ว่าบางครั้งก้ไม่ได้ซื้อเลยก็ตาม

และแม้ว่าบางทีก็ซื้อหนังสือบางเล่ม

ที่มีอยู่แล้ว.....

 

ผมว่าหนังสือทุกเล่มที่ผมอ่าน

ช่วยปรับเปลี่ยนแนวความคิดของผม

อยู่ตลอดเวลา

ต้องขอบคุณหนังสือเล่มนั้นอีกครั้ง

....................................................

และผมคงจะซื้อหนังสือต่อไป


 
 
27 June

ความรัก ความผูกพัน

 
 
ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น  มีถนนกว้างขึ้นแต่ความอดกลั้นน้อยลง
เรามีบ้านใหญ่ขึ้นแต่ครอบครัวเรากลับเล็กลง
เรามียาใหม่  ๆ  มากขึ้น  แต่สุขภาพเรากลับแย่ลง
เรามีความรักน้อยลง  แต่มีความเกลียดมากขึ้น
เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว  แต่เรากลับพบว่า..
แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น..
เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว  แต่แค่ห้วงหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง
เรามีรายได้สูงขึ้น  แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง
เรามีอาหารดี ๆ  มากขึ้น แต่สุขภาพแย่ลง
ทุกวันนี้ทุกบ้านมีคนหารายได้ได้ถึง 2 คน แต่การหย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น..จากนี้ต่อไป..ขอให้พวกเราอย่าเก็บของดี ๆไว้
โดยอ้างว่าเพื่อโอกาศพิเศษ
เพราะทุกวันที่เรามีชีวิตอยู่คือ..โอกาสที่พิเศษสุด..
แล้วจงแสวงหา การหยั่งรู้
จงนั่งตรงระเบียงบ้านเพื่อชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่ โดยไม่ใส่ใจกับความอยาก
จงใช้เวลากับครอบครัว  เพื่อนฝูงคนที่รักให้มากขึ้น
กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากไป
ชีวิตคือโซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุข ไม่ใช่เพียงการอยู่รอด
เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย
น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ จงหยิบมาใช้เมื่ออยากจะใช้
เอาคำพูดที่ว่า..สักวันหนึ่ง..ออกไปเสียจากพจนานุกรม
บอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเขาเหล่านั้นแค่ไหน
อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำอะไรก็ตามที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น
ทุกวัน ทุกชั้วโมง ทุกนาที มีความหมาย
.............และ..เราไม่รู้เลยว่าเมื่อใหร่มันจะสิ้นสุดลง................
 
                                                                 จอร์จ  คอลลิน
25 June

ผมเอง

  พวกคุณอาจจะหัวเราะที่ผมดูไม่เข้าพวก  แต่ผมกลับ
 หัวเราะที่พวกคุณดูไม่ต่างกันเอาเสียเลย.............
 
ไม่ว่าพวกคุณจะเข้าใจอย่างไรก็ตามแต่..ผมก็ยังเป็นของผมอย่างนี้ไม่เปลี่ยนแปลง
ไปไหนเลย
          วันนี้มีโอกาสได้เขียนบันทึกอีกครั้งช่วงที่ผ่านมาผมเพียงแต่ขี้เกียจแต่
ไม่ได้หายไปไหนยังคงอยู่ที่นี่ที่เดิม.....ช่วงที่ผ่านมานั้นผมไปเรียนต่อ...ได้เจอ
เพื่อนใหม่ๆหลายคน...ทุกคนน่ารักครับยังไม่รู้จักหมดทุกคนในห้องก็ตามหวังว่า
เราคงได้รู้จักกันในโอกาศต่อไปนะครับ
          และช่วงที่ผ่านมานี้เช่นกันผมว่ามีหลากเรื่องราวทีผ่านเข้ามาหลายเรื่อง
ยังคงดำเนินต่อไปแต่..บางเรื่องได้จบลงในเวลาอันสั้นบอกตรงๆว่าผมรู้สึก
เสียดาย  แต่คงไม่ฝืนเพราะทุกเรื่องราวมีเส้นทางเดิน   ผมคงไปเปลี่ยนแปลง
อะไรไม่ได้แม้ผมจะมีส่วนอยู่บ้างก็ตาม..ยอมรับทุกการตัดสินใจตอนนี้
ผมกลายเป็นคนดูไปเท่านั้นไม่ได้เป็นผู้เล่นอีกแล้ว...ถึงจะยืนอยู่ตำแหน่ง
ไหนก็จะขอทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดต่อไป   ส่วนพวกคุณผมก็ขออวยพร
ให้ประสบความสำเร็จกับสิ่งที่คุณเลือกที่จะไป
ไม่ว่าพวกคุณจะเสาะหาสิ่งใด....ก็ขอให้พบกับสิ่งนั้น
 
 
                                                                                               ผมเอง
 
23 May

เสี้ยว

มีบางสิ่งที่อยากบอกเธอ
เพื่อนเกิดจากการสั่งสมเวลา
แต่ความรัก...มักเกิดชั้วพริบตา
ชั้วพริบตานั้นเจิดจ้าจำรัสปานใด
สวยสดงดงามเพียงไหน
ชั้วพริบตานั้น.....จะคงอยู่ตลอดไป
...............ผมเอง.....................
4 May

วันเวลา

เวลาผ่านมาเกือบ3เดือนที่ผมไม่ได้เขียนบันทึก
มีเรืองราวผ่านเข้ามาหลายเรื่อง.....................
เป็นช่วงที่ชีวิตผมสับสน..ก็เลยอยากหยุดนิ่ง
สงกรานต์ผ่านไปพร้อมกับร่องรอยของความสุข
ของหลายๆคน..แต่ผมกลับหยุดนิ่งไว้ที่เดิม
ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนๆแม้จะมีคนชวน
............แล้วทุกอย่างก็ผ่านไป....................
วันนี้ผมมีบางสิ่งบางอย่างอยากเล่า.......
เป็นความบังเอิญที่ผมได้ค้นเจอความทรงจำเก่าๆ
ที่วันเวลาเกือบจะพรากไปจากผม..ผมลืมไปนานแล้ว
..เมื่อวานผมนั่งอ่านหนังสือข้างๆกองของเล่นเก่าๆ
ที่แม่เก็บไว้...ผมเหลือบไปเห็นหนังสวดมนต์เล่มเล็กๆ
ของน้องชายพอเปิดอ่านดู...ไม่น่าเชื่อว่าหนังสือ
สวดมนต์เล่มเล็กๆราคาเพียงเล่มละ5บาทได้ทำให้
วันเวลาเก่ากลับคืนมาทั้งๆที่ผมเองได้ลบเลือนหลงลืม
ไปนานแล้วด้วยบทสวดนี้.....................................
 
.........................................................................
     องค์ใดพระสัมพุทธ         สุวิสุทธสันดาน
ตัดมูลกิเลศมาร                   บ่ มิหม่นมิหมองมัว
     หนึ่งในพระทัยท่าน         ก็เบิกบานคือดอกบัว
ราคี บ่ พันพัว                     สุวคนธกำจร
     องค์ใดประกอบด้วย       พระกรุณาดังสาคร
โปรดหมู่ประชากร              มละโอฆกันดาร
     ชี้ทางบรรเทาทุกข์         และชี้สุขเกษมศานต์
ชี้ทางพระนฤพาน               อันพ้นโศกวิโยกภัย
     พร้อมเบญจพิธจัก-        ษุจรัสวิมลใส
เห็นเหตุที่ใกล้ใกล               ก็เจนจบประจักษ์จริง
     กำจัดน้ำใจหยาบ          สันดานบาปแห่งชายหญิง
สัตว์โลกได้พึงพิง               มละบาปบำเพ็ญบุญ
     ข้าฯ ขอประณตน้อม      ศิระเกล้าบังคมคุณ
สัมพุทธการุญ-                  ญภาพนั้นนิรันดรฯ
 
...............................................................
ผมอ่านไปจนถึงคำใหว้ครู...รู้สึกว่าเห็นภาพตัวเอง
ส่ชุดนักเรียนถือพานนั่งใหว้ครูอยู่ในหอประชุม
เห็นพวงมาลัยดอกเข็มชัดเจน
และบทสวดทำนองสรภัญญะก็ยังคงดังก้องหู....
แม้ผมไม่ใช่พุทธศาสนิกชนที่ดีนัก.....
แต่ก็อดซาบซึ้งกับบทสวดในวัยเด็กที่ได้อ่านอีกครั้ง..
ในช่วงเวลาที่ผมอยากหยุดนิ่ง....
ก็ยังมีวันเวลาที่น่าประทับใจ
หวลกลับคืนมาทั้งๆที่เกือบลืมไปแล้ว.....
.....แล้วใบหน้าก็เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม.....
14 March

กลัว

ผมมองหาเธอในหมู่คนแปลกหน้า
ถามหาเธอจากคนไม่รู้จัก..
ตามหาเธอในทุกหนทุกแห่ง..
ที่เราไม่เคยเยี่ยมกรายมาก่อน
.............................................
กระไอกายเธอยังอุ่นกรุ่น
ไม่ว่าวันเวลาจะล่วงเลยไปกี่เดือนกี่ปี
ถ้อยคำเล็กๆที่เธอพูดกับผมยังกังวานก้อง
ไม่ว่ารอบกายจะอื้ออึงด้วยสรรพสำเนียงเพียงใด
.............................................
ผมไม่กล้าที่จะมองหาเธอในหมู่คนที่รู้จัก
ไม่กล้าถามถึงเธอกับคนที่คุ้นเคย
......และไม่กล้าย่างกรายไป...........
ในที่ที่เราเคยไปด้วยกันเมื่อก่อน
.............................................
ผมตอบตัวเองไม่ได้ว่า...
ผมกลัวที่จะไม่ได้พบเธออีก
หรือกลัวว่าจะพบเธอ...สักครั้ง??
9 February

ความทรงจำ

ผมยังจำได้...ว่าเคยรักเธอ
    จำได้ถึงความรู้สึกที่เธอเคยก่อให้เกิดขึ้นกับผม
    จำได้ถึงวันที่เราเคย
ใช้เวลาอยู่ในอ้อมแขนของกันและกัน
สัมผัสกันและกันอย่างดูดดื่ม
    และพร่ำบอกแก่กันด้วยถ้อยคำรัก
จำได้ถึงความรู้สึกที่ผมมี
   เมื่อได้กอดเธอแนบชิดกับร่างกายของผม
จำได้ถึงความรู้สึกอันอ่อนหวานและนุ่มนวล
   ที่ผมเคยได้รับจากการกอดอันอบอุ่น
จำได้เมื่อครั้งที่เราเคยเดิน
   ไปตามเส้นทางในคืนที่แสงจันทร์สาดส่อง
   เกาะกุมมือกัน
ด้วยความรู้สึกที่ว่า..การมีชีวิตอยู่..คือสิ่งที่แสนวิเศษ
จำได้ถึงการที่เธอเคยพูดคุยกับผม
   ด้วยลีลาแห่งการเคลื่อนไหว
     ในดวงตาเธอ
   จำได้ถึงกระแสลม
ที่โลมไล้เส้นผมของเธออย่างแผ่วเบา..และ
   แสงอาทิตย์ที่นำประกายงามมาสู่ดวงตาเธอ
จำได้ถึงจุมพิตอันหวานละมุนที่เธอเคยมอบให้
   และจำได้ว่าผมเคยรู้สึกเช่นไรเมื่อได้รับ.....
จำได้ทั้งช่วงเวลาอันหวามหวาน
   และช่วงเวลาอันรวดร้าวรันทด..ที่เราเคยมี
แต่..ที่ผมจำได้แม่นยำที่สุด..ก็คือ...
   เพราะเหตุใด.......ผมจึงยังคงรักเธอ...
สุดท้ายก็เหลือเพียงความทรงจำ...ที่ไม่เคยลืม...
 
 
 
 
  
 
 
 

ผมเอง

ไม่คิดจะฝัน...
เพราะความจริงเป็นไปไม่ได้
ไม่คิดเสียดาย....
ที่มอบหัวใจให้เธอ
เธออาจเป็นคนที่ฉันรัก..
และ..มักคิดถึงเสมอ
แต่..ไม่จำเป็นต้องมีเธอ..
เพราะ..ฉันเดินคนเดียวเสมอ
.......โดยไม่มีใคร........
 
 
 
3 February

แค่ใครสักคน

..ในชีวิตของคน คนหนึ่ง..
..จะต้องค้นหา..คนสี่คน..
..เป็นใครบ้างหรือ?..
1. คือตัวตนของเราเอง
2. คือคนที่คุณรักที่สุด
3. คือคนที่รักคุณที่สุด
4. คือคนที่คุณจะใช้ชีวิตร่วมกับเขาไปตลอดชีวิต
..แต่เรื่องที่น่าเศร้าก็คือ..ในความเป็นจริงแล้วนั้น
..คนทั้งสามคนมักจะไม่ไช่คน คนเดียวกัน..
     ..คนที่รักเราที่สุด  เราก็ไม่รักเขา..
     ..คนที่เรารักที่สุด  กลับไม่เลือกเรา..
..และคนที่จะอยู่กับเราจนแก่เฒ่าก็มักจะไม่ไช่คนที่เรารักที่สุด..
..บางทีอาจจะไม่ได้รักเราที่สุดด้วยสิ..
..เพียงแต่คนคนนั้น  อาจปรากฏตัวขึ้น..
..ในช่วงที่เหมาะสม  ที่สุดต่างหาก....
แล้วคุณละ?.....................................
31 January

ทุ่งหญ้าแห่งความทรงจำ

ครั้งหนึ่งเคยมีทุ่งเขียวขจีที่ตะวันจูบลูบแสงไล้
ครั้งหนึ่งเคยมีหุบเขาที่แม่น้ำหลายสายรินไหลผ่าน
ครั้งหนึ่งเคยมีท้องฟ้าสีน้ำเงินงาม
แต้มด้วยริ้วเมฆขาวพิสุทธิ์บนฟ้าไกล
ครั้งหนึ่งสรรพสิ่งนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของรักนิรันดร์
และเราก็เคยเป็นคู่รักกัน
ที่ได้เคยเดินทอดน่องทั่วทุ่งหญ้าอันเขียวขจีนี้
แล้วทุ่งงามก็ได้ร้างสูญไปด้วยแดดแผดเผา
ร้างหายไปจากหุบเขาที่สายน้ำเคยไหลผ่าน
จากลาไปพร้อมกับลมหนาวที่โบกระบัดสู่ใจข้า
ลาร้างไปพร้อมกับคู่รัก
ผู้ซึ่งปล่อยให้ความฝันของพวกเขาสูญหายไป
ทุ่งหญ้าอันเขียวขจีที่สองเราเคยเดินเล่นนั้นอยู่หนใดหนอ
ผมไม่เคยรู้เลยว่าอะไรทำให้เธอร้างลาจากไป
แล้วผมจะเสาะค้นได้อย่างไร
ในเมื่อวันคืนถูกเมฆมืดดำปิดอำพรางไว้
ผมรู้แค่ว่าไม่มีอะไรสักอย่างสำหรับผมที่นี่
ไม่มีเลยสักอย่าง ในโลกกว้างใบนี้ที่จะหลงเหลือให้ผมได้เห็น
แต่ผมก็ยังจะเฝ้ารอจนกว่าเธอจะคืนกลับ
ผมจะเฝ้ารอจนกว่าจะถึงวันที่เธอได้ตระหนัก
ว่าเธอไม่อาจมีสุขได้แท้จริง
หากว่าใจของเธอยังโลดเริงไป
เธอไม่สามารถมีสูขได้
จนกว่าเธอจะนำหัวใจเธอกลับสู่รวงรัง
สู่บ้านที่ทุ่งหญ้าเขียวขจีและผมคนนี้......อีกครั้งหนึ่ง
 
 
28 January

เทศกาลแห่งความสุข

ตกใจตื่นเพราะเสียงประทัด   ยังเช้าอยู่เลยนะ
แล้วกลิ่นธูปก็ลอยเข้าจมูกเหมือนจะย้ำเตือน
เสียงประทัดยังเซ็งแซ่   เหมือนเป็นคำขาดให้ตื่น
   วันตรุษจีน........
นึกย้อนไปเมื่อปีก่อนนี้............
ผมทำอะไรอยู่ที่ไหนน้า..
ด้วยความที่ผมไม่ได้มีเชื้อสายจีน
วันตรูษจีนสำหรับผมเลยไม่ค่อยได้มีกิจกรรมพิเศษ
เป็นเหมือนเช่นทุกวันที่ผ่านมา
แต่มีหลายคนที่มีความสูขกับวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน
ถึงผมไม่ค่อยมีอะไรเกี่ยวข้องมากนัก
ผมก็ยังรู้สึกเคารพ และมีความสุข
เหมือนเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา
ผมยังจำได้ดี....................
เป็นเทศกาลปีใหม่ที่พิเศษที่สุด
และอาจจะไม่มีเทศกาลปีใหม่
ปีไหนๆเหมือนปีนี้อีกแล้ว
ในรายละเอียดผมคงไม่เล่า
เกรงว่าจะทำให้เธอเสียหาย
เพราะอาจเป็นแค่ความรู้สึกของผมเพียงคนเดียว
เป็นค่ำคืนปีใหม่ที่สวยงามสำหรับผม
และมีความสูขที่สุด..ในชีวิต
และอยากหยุดเวลาไว้..ให้นานเท่านาน
แต่แล้วเวลาก็ผ่านไป..................
ผ่านไปพร้อมกับเธอที่จากไป
เหมือนรอยเท้าบนผืนทราย
พอน้ำซัดก็ลบเลือนหาย
ถึงตอนนี้ผมก็ยังคิดถึงเธอ...
และอยากบอกเธอแม้จะไม่มีโอกาสได้พบกัน
ผมอยากจะบอกเธอว่า............
ผมจะไม่รักเธอชั้วนิรันดร์........แต่จะรักเธอแค่ชั้วชีวิตเท่านั้น
...................................................................
เทศกาลแห่งความสุข...
ขอให้มีความสุขนะครับ...
 
26 January

หนึ่งลมหายใจ

ค่ำคืนที่ต้องนั่งอยู่อย่างเดียวดาย
ไม่มีเสียงเพลงที่เคยแว่วมาให้ฟังเช่นทุกคืน
มืดทมึนเหมือนอยู่บนโลกนี้คนเดียว
เคยอยากอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้นะ
แต่คืนนี้ไม่เหลือความรู้สึกนั้นอยู่เลย
ย้อนกลับมาถามตัวเองว่า...ทำไม?
เกิดอะไรขึ้นกับตัวเรา............
หรือในใจเรา...มันยัง...เจ็บ
เจ็บปวดกับเวลาที่ผ่านมา..
ทุกๆอย่างยังไม่หายไปไหน
ทุกๆครั้งที่อยู่คนเดียว...มันก็กลับมา
มีคนเคยบอกว่า..เวลาจะทำให้เราลืม
ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป...
ภาพทุกภาพยังชัดเจนอยู่เลย
เหมือนวันแรกๆที่เกิดขึ้น
ทุกอย่างยังคงรุนแรงเช่นเดิม
มันจะเป็นอย่างนี้อีกนานแค่ไหน
เฝ้าถามตัวเองอยู่ทุกวัน
แต่..........ไม่เคยมีคำตอบกลับมาเลย
มีเวลาอยู่ชั้วนิรันดร์..แต่ชีวิตสั้นเพียงหนึ่งลมหายใจ
ได้แต่หวังว่า...มันจะหายไป
ก่อนลมหายใจจะไม่มี.....
24 January

งานศพของฉัน

เธอจะมางานศพของฉันไหม          ถามด้วยใจซื่อซื่ออย่าถือสา
นิมนต์สงฆ์สวดส่งกุสลา                หวังว่าเธอคงมาร่วมบำเพ็ญ
เธอจะกล้าสบตากับฉันไหม          กับรูปที่ตั้งไว้ให้เธอเห็น
หรือเธอหลบสายตาหันหน้าเบน    มือเท้าเธอคงเย็นเมื่อสบตา
เธอจะเศร้าเสียใจถึงฉันไหม         ต่อแต่นี้คงไม่ได้พบหน้า
หรือเธอสุขปลอดโปร่งโล่งอุรา     เมื่อชีวาสิ้นหนามเหนี่ยวมาเกี่ยวตำ
เธอจะยืนสงบนิ่งให้หรือไม่           เพื่ออาลัยหมื่นแสนแทนร้องร่ำ
หรือเธอมองศพเน่าเพียงเงาดำ     ไร้ค่าคำรำพันจากหัวใจ
เธอจะส่งให้ไหมดอกไม้จันทน์     แทนกุหลาบช่อนั้นที่ฉันใฝ่
พร้อมคำรักก่อนจากฝากอาลัย     ก่อนฟืนใฟใหม้ร่างย่างอินทรีย์
เธอจะรู้หรือไม่อีกไม่นาน            ดวงวิญญาณของฉันต้องพลันหนี
ตราบเวลาเท่าที่ตัวฉันมี               ยังไม่สายเกินที่จะเผยใจ
 
 
                                                                        พจน์   พันธา